การออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และ การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์อย่างไรดี ให้เหมาะสม

Last updated: 13 พ.ย. 2566  |  764 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และ การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์อย่างไรดี ให้เหมาะสม

การออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ (Packaging)

ธุรกิจการค้าปลีกมีการแข่งขันสูงมากและแบรนด์แต่ละแห่งก็พยายามแย่งความสนใจจากลูกค้ากันสุด ๆ  ผู้บริโภคอาจไม่มีเวลาพอที่จะสำรวจผลิตภัณฑ์ทั้งหมดบนชั้นวางของในระหว่างซื้อของ เพราะพวกเขาอาจมองหาแต่ผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจมาซื้อเท่านั้น  ดังนั้นการทำบรรจุภัณฑ์ให้ดูสะดุดตาจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มลูกค้าสำหรับแบรนด์ของคุณ  บรรจุภัณฑ์ที่ว่านี้ไม่ใช่เพียงแค่รูปแบบและกล่องใส่ผลิตภัณฑ์สำหรับวางตั้งโชว์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกล่องกระดาษใส่ผลิตภัณฑ์สำหรับขายส่งและกล่องพัสดุสำหรับการส่งผลิตภัณฑ์ถึงหน้าบ้านลูกค้าด้วย ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนง่าย ๆ 10 ขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณออกแบบบรรจุภัณฑ์ได้อย่างมีเอกลักษณ์และมีประสิทธิภาพ

สำรวจรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดูแตกต่าง พิจารณาพื้นที่ของชั้นวางของและความสามารถในการทนต่อความเสียหายขณะขนส่ง

อย่าลืมใส่ใจรายละเอียด ข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหาร วันหมดอายุ และบาร์โค้ดเข้าไปด้วย เป็นสิ่งจำเป็นตามมาตรฐานการผลิตและยังถือเป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์

สร้างบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดแสดงสินค้า การจัดแสดงสินค้าจะช่วยดึงดูดความสนใจจากลูกค้า  ดังนั้นการใช้สื่อโฆษณา ณ จุดขาย หรือ POP Display 

พัฒนากลยุทธ์ของแบรนด์ การพัฒนากลยุทธ์ของแบรนด์คือ การกำหนดว่าเทคนิคแบบไหนได้ผลและไม่ได้ผล เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาแบรนด์ให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ

วัดขนาดให้เหมาะสมกับสินค้า เลือกขนาดบรรจุภัณฑ์ที่พอดีกับสินค้าของคุณ โดยไม่ใหญ่เกินไปจนเหลือช่องว่างเยอะ หรือเล็กเกินไปจนดูแน่น

มอบประสบการณ์การแกะกล่องที่ยอดเยี่ยม กล่องต้องสามารถเห็นสินค้าได้ง่าย และต้องมีขั้นตอนในการหยิบสินค้าออกมาจากกล่องที่ทำให้ผู้แกะรู้สึกมีส่วนร่วม

เลือกรูปแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะที่สุด กล่องเหน็บปลาย กล่องลูกฟูก กล่องฝาประกบ กล่องแขวน กล่องแบบดึง กล่องแบบมีหูหิ้ว ถาด กล่องกระดาษแข็ง กล่องปลายเปิด กล่องจ่ายสินค้า กล่องสำหรับแสดงสินค้า กล่องกระดาษแบบฝาจั่ว และกล่องกระดาษแบบถุง

 

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ (Packaging) อย่างไรดี ให้เหมาะสม

เลือกบรรจุภัณฑ์ยังไงดี ให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ของเราเป็นสิ่งที่มองข้ามได้ และควรให้ความสำคัญไม่แพ้กับขั้นตอนอื่น ๆ เพราะ หน้าที่สำคัญที่สุดของบรรจุภัณฑ์นอกจากเป็นสิ่งที่ปกป้องสินค้าของเราให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นภาพลักษณ์ของสินค้า สร้างความแตกต่างเพื่อดึงดูดลูกค้าให้หันมาใช้สินค้าของเราอีกด้วย

ลักษณะของสินค้า ดูลักษณะของสินค้าของเราก่อนว่ามีทางด้านกายภาพและทางด้านเคมีมีลักษณะเป็นเช่นไร เช่น เป็นของเหลว อาทิเช่น เซรั่ม หรือครีมที่มีความเหลว

ลักษณะการนำไปใช้งาน การออกแบบที่สวยงามน่าใช้แล้ว ยังต้องมีฟังก์ชั่นที่ใช้งานด้วย ถ้ามัวแต่สวยอย่างเดียวแต่ใช้ยาก ก็เป็นการยากที่จะดึงดูดลูกค้าให้ตัดสินใจซื้อมาใช้ หรือกลับมาใช้ต่อ ดังนั้นบรรจุภัณฑ์จะต้องออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกและง่ายต่อการใช้

วัสดุที่จะนำมาใช้เป็นภาชนะบรรจุ ลือกวัสดุบรรจุในส่วนนี้หลังจากที่เรารู้แล้วว่าลักษณะของสินค้าเราเป็นอย่างไร แบ่งออกเป็น 4 ประเภท แก้ว, กระดาษ, โลหะ, พลาสติก

ความคงทนของบรรจุภัณฑ์ ต้องปกป้องสินค้าให้ปลอดภัย ไม่เกิดความเสียหาย หากบรรจุภัณฑ์ของเราไม่มีความแข่งแรงคงทนพอนอกจากอาจจะเกิดความเสียหาย

เทร์นสินค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าของแบรนด์จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการออกแบบและดีไซน์บรรจุภัณฑ์เพื่อให้ดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายมาซื้อสินค้าของเรา โดยเราจะต้องศึกษาถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น รสนิยม, พฤติกรรมการซื้อ, ปริมาณการซื้อ, วิธีการนำไปใช้, วิธีเก็บรักษา เป็นต้น

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=696860138576648&id=100047580047980&mibextid=qC1gEa

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้